Wednesday, March 21, 2012

สมาธิ...ธรรมะเพื่อการเรียน

 สมาธิเพื่อชีวิต
โดย หลวงพ่อพุธ ฐานิโย
วัดป่าสาลวัน

ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา

คำสอนของพระพุทธเจ้าเป็นคำสอนของปัญญาชน
ไม่ใช่เป็นคำสอนของบุคคลผู้เชื่อในสิ่งที่ไม่มีเหตุผลด้วยความงมงาย
ศาสนาพุทธสอนให้คนเรียนให้รู้ธรรมชาติและกฎของธรรมชาติ
ถ้าใครจะถามว่าธรรมะคืออะไร ? ธรรมะ ก็คือ ธรรมชาติ
ธรรมชาติคืออะไร ? ก็คือ กายกับใจของเรา
ขณะนี้นักเรียนทั้งหลายกำลังเรียน ปัญหาสำคัญอยู่ตรงที่ว่า
ทำอย่างไรเราจึงจะได้พลังของสมาธิ พลังของสติเพื่อสนับสนุนการศึกษา
หลวงตาจะสอนวิธีทำสมาธิในห้องเรียน สมมุติว่าขณะนี้หลวงตาเป็น
ครูสอนพวกเธอทั้งหลาย ให้พวกเธอทั้งหลายเพ่งสายตามาที่หลวงตา
ส่งใจมาที่หลวงตาแล้วก็สังเกตดูให้ดีว่าหลวงตาทำอะไรบ้าง
หลวงตายกมือหนูก็รู้ เขียนหนังสือให้หนูรู้ พูดอะไรให้หนูตั้งใจฟัง

ถ้าสังเกตจนกระทั่งกระพริบหูกระพริบตาได้ยิ่งดี เวลาเข้าห้องเรียนให้
เพ่งสายตาไปที่ตัวครู ส่งใจไปที่ตัวครู อย่าเอาใจไปอื่น เพียงแค่นี้
วิธีการทำสมาธิในห้องเรียน ถ้าพวกหนูๆ จำเอาไปแล้วปฏิบัติตาม
จะได้สมาธิตั้งแต่เป็นนักเรียนเล็กๆ ชั้นอนุบาล

ในตอนแรกนี่ การควบคุมสายตาและจิตไปไว้ที่ตัวครู
นี่อาจจะลำบากหน่อย แต่ต้องพยายามฝึก ฝึกจนคล่องตัวชำนิชำนาญ
ภายหลังแม้เราจะไม่ตั้งใจ พอเห็นใครเดินผ่านหน้ามันจะจ้องเอาๆ
พอมาเข้าห้องเรียนแล้วพอครูเดินเข้ามาในห้อง
สายตามันจะจ้องปั๊บ ใจมันก็จะจดจ่ออยู่ตรงนั้น หนูลองคิดดูซิว่า
การที่มองที่ครู และเอาใจใส่ตัวครูนี่ เราเรียนหนังสือเราจะเข้าใจดีไหม
ลองคิดดู ทีนี้เมื่อฝึกจนคล่องตัวชำนิชำนาญแล้ว สายตามันยังจ้องอยู่ที่ตัวครู

แต่ใจจะมาอยู่ที่ตัวเราเอง มาตอนนี้ครูท่านสอนอะไร
พอท่านพูดจบประโยคนั้น ใจของเรารู้ล่วงหน้าแล้วว่าต่อไปท่านพูดอะไร
เวลาไปสอบ อ่านคำถามจบ ใจของเราจะวูบวาบแล้วคำตอบมันจะผุดขึ้น
อันนี้เป็นสูตรทำสมาธิที่หลวงพ่อทำได้ผลมาแล้ว
, หลวงพ่อพุธ ฐานิโย
From: http://www.dhammajak.net/smati/12.html

Thursday, November 3, 2011

"เอกยุทธ อัญชันบุตร" หนึ่งคลิ๊กเปลี่ยนชีวิต

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1320244730&grpid=01&catid=&subcatid=
วันนี้ได้มีโอกาสอ่าน status ของ เอกยุทธ อัญชันบุตร... แต่ต้องบอกล่วงหน้าว่าไม่รู้จักเขามาก่อน แต่ในฐานะนักกฎหมาย ต้องขอวิเคราะห์สักหน่อยว่าในทางคดีหมิ่นประมาท ท่านนายกจะฟ้องเอกยุทธได้หรือไม่ หรือ เอกยุทธจะฟ้องคนที่เข้ามาวิจารณ์เขาใน Facebook ได้หรือไม่???

"ไม่อยากจะกล่าวคำแบบนี้ เพราะจะดูเสมือนดูถูกสตรี..แต่ในความเป็นจริงนั้น..สาวเหนือที่ไร้การศึกษา หรือขี้เกียจ และด้อยปัญญา จะมาทำงานสบายที่หญิงปกติไม่ทำกัน..หลักๆ ก็คือขายบริการ..ฉะนั้นสาวเหนือที่ไร้สติปัญญาและโง่เขลาขนาดหนักแต่หน้า ด้านมารับตำแหน่ง ก็ควรจะรู้นะว่าอาชีพอะไรที่เหมาะแก่คุณ ?"

ถ้อยคำนี้ ถามว่าเข้าองค์ประกอบความผิดฐานหมิ่นประมาทตามพระราชบัญญัติหรือไม่นั้น ต้องพิจารณาดังต่อไปนี้
ความหมายทั่วไปของหมิ่นประมาท คือ การใส่ความผู้อื่นไม่ว่าจะด้วยวิธีการใดๆ เช่น พูด เขียน พิมพ์ข้อความ หรือแสดงกริยาต่างๆ โดยการใส่ความดังกล่าวนั้น ต้องเป็นการกระทำให้บุคคลที่สามรับทราบ ซึ่งเป็นการกระทำให้ผู้ถูกใส่ความนั้น ได้รับความเสียหาย (มาตรา 326 ป.อ.)
-เอกยุทธ ใส่ความผู้อื่น จะเป็นหญิงเหนือ หรือท่านนายกนั้นแน่นอนค่ะ
-ด้วยวิธีการเขียนทางInternet ผ่าน website Facebook
-ถ้านายเอกยุทธถูกฟ้องจริงๆ ต้องยกประเด็นเรื่องที่เขาไม่ได้เอ่ยชื่อว่ากล่าวหาใคร แต่ถามว่า จากผลลัพธ์ที่คนมากมายเข้าไปรุมประนามเขาใน Facebook ของเขาเองและจากการที่สื่อต่างๆวิจารณ์เขามากมาย จะเห็นได้ว่า วิญญูชน หรือบุคคลทั่วไปเข้าใจได้หรือไม่ว่าเขาหมายถึงใคร...
-ขายบริการ...นั้น แน่นอนเป็นการดูหมิ่นตามคำพิพากษาฎีกาที่เป็นบรรทัดฐาน

นักกฎหมายของwebsite Pantip ให้ความเห็นว่า
"การไม่เอ่ยชื่อบุคคลโดยตรงและไม่เอ่ย ชื่อหน่วยงานแต่ฟังแล้วรู้ว่าหมายถึงใคร ถ้าการกระทำนั้นทำให้บุคคลนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชัง บนเว็บไซต์ ก็ผิดหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาเช่นกัน"

เรียนด้วยความเคารพจริงๆว่า เป็นไปได้สูงที่นายเอกยุทธจะถูกฟ้อง และเขาอาจจะแพ้คดีนี้อีกก็ได้ ยิ่งถ้าเขาอยู่ในประเทศที่เคารพสิทธิเสรีภาพของปัจเจกบุคคล อย่างในสหรัฐอเมริกาก็อาจจะร้ายแรงมากขึ้นเพราะถือว่าเป็น "การพูดซึ่งมีเจตนาทางเกลียดชัง" หรือ Hate Speech

และสำหรับที่เอกยุทธจะฟ้องคนที่เข้ามาแสดงความคิดเห็นนั้น อย่าลืมว่า เพียง คำหยาบ คำด่า นั้นไม่เข้าข่ายหมิ่นประมาทนะค่ะ และ 
สำหรับ Website ที่เป็นตัวกลาง จะฟ้องเค้าก็ได้ แต่ถ้ามีคนแจ้งแล้วทางweb ลบข้อความนั้นแล้วก็คงไม่มีความผิด จริงๆการที่Website หรือ Internet Service Provider ที่ไม่รู้เห็นกับการหมิ่นประมาทนั้นไม่ควรมีความผิดนั้นน่าจะเป็นหลักการที่ถูกต้องเพราะเค้าคงไม่สามารถตรวจสอบComment ได้ทุกอัน ไม่อน่างนั้น Facebook คงอยู่ไม่ได้ถึงทุกวันนี้

เอกยุทธ แม้เราพูดกันเรื่องกฎหมาย แต่เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า เมื่อยังไม่เอ่ยปาก เราเป็นนายของคำพูด เมื่อพูดไปแล้ว คำพูดก็เป็นนายเรา บางครั้งเราอาจสะใจที่คนเข้ามาด่าเรามากมาย แต่ความสะใจนั้นอาจนำมาซึ่งหายนะในชีวิต คุณอาจไปเมืองเหนือไม่ได้อีกเลยก็ได้...
 


มาตราที่เกี่ยวข้อง:
       1) ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 “ผู้ใดใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นหรือ ถูกเกลียดชัง ผู้นั้นกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาท ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”
       2) ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 328 “ถ้าความผิดฐานหมิ่นประมาทได้กระทำโดยการโฆษณาด้วยเอกสาร ภาพวาด ภาพระบายสี ภาพยนตร์ ภาพหรือตัวอักษรที่ทำให้ปรากฏด้วยวิธีใด ๆ แผ่นเสียง หรือสิ่งบันทึกเสียงบันทึกภาพ หรือบันทึกอักษร กระทำโดยการกระจายเสียง หรือการกระจายภาพ หรือโดยกระทำการป่าวประกาศด้วยวิธีอื่น ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปีและปรับไม่เกินสองแสนบาท”
       3) ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 423 “ผู้ใดกล่าวหรือไขข่าวแพร่หลายซึ่งข้อความอันฝ่าฝืนต่อความจริง เป็นที่เสียหาย แก่ชื่อเสียง หรือ เกียรติคุณ ของบุคคลอื่น ก็ดี หรือ เป็นที่เสียหาย แก่ทางทำมาหาได้ หรือ ทางเจริญของเขา โดยประการอื่น ก็ดี ท่านว่าผู้นั้นจะต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่เขาเพื่อความเสียหาย อย่างใดๆ อันเกิดแต่การนั้น แม้ทั้งเมื่อตนมิได้รู้ว่าข้อความนั้นไม่จริง แต่หากควรจะรู้ได้
       ผู้ใด ส่งข่าวสาร อันตนมิได้รู้ว่า เป็นความไม่จริง หากว่า ตนเอง หรือ ผู้รับข่าวสารนั้น มีทางได้เสีย โดยชอบ ในการนั้นด้วยแล้ว ท่านว่า เพียงที่ส่งข่าวสารเช่นนั้น หาทำให้ผู้นั้น ต้องรับผิด ใช้ค่าสินไหมทดแทนไม่”

 

Sunday, November 14, 2010

Gift Rojsiriruch: Fashion Law Institute @ Fordham Law School

Gift Rojsiriruch: Fashion Law Institute @ Fordham Law School: " THERE is one more chic reason to study at Fordham Law school. Except from it is located in Midtown of Manhattan, it is the first law scho..."

Fashion Law Institute @ Fordham Law School

  THERE is one more chic reason to study at Fordham Law school. Except from it is located in  Midtown of Manhattan, it is the first law school which creates "Fashion Law Institute".
  After almost a semester in this school, I found myself inspired by this institute at least when I return to Thailand I may have some idea of pushing Intellectual Property right holders in Fashion and garment fields to concern more of their rights.
  Several years ago in Thailand, there was a campaign which attempt to promote Bangkok, the capital city of Thailand to be "The City of Fashion". I totally agreed with that campaign but it never become true because of many factors, which I am not going to state them here.
  Fashion has been involved in people lives more or less depending on their personalities and characteristics. Some may just buy cheap clothes from some street markets, some may buy them in high prices from haute-couture stores. But it can't be denied that clothes are  must for lives. 
  If this field of law has a chance to play more important role in Thailand, the creativity of our people and country will be legally protected. By legal protection, it can not only help adding artistic value to our products, but also motivating new designers to create (instead of copy) fashion which is one of the industrial properties.




Friday, November 5, 2010

Chic Vocabs for Thai Lawyers (week 1)

"Per Se"
|pər ˈsā|
adverb
means by or in itself or themselves; intrinsically: 

(เพอร์-เซ) 
หมายถึง โดยตัวเอง หรือ เพื่อตัวเอง 

ตัวอย่าง:
- It is not these conducts per se that are important.
  การกระทำเหล่านี้โดยตัวเองไม่ใช่สาระสำคัญ
- The conduct of price fixing is illegal per se. 
  การตรึงราคาสินค้าเป็การกระทำอันมิชอบด้วยกฎหมายโดยตัวของมันเอง


Wednesday, May 12, 2010

Genetically Modified Organisms in Our Lives


Genetically Modified Organisms  (GMOs) is the big issue in this era. It is very crucial to create the law to control the action that might cause trouble and prevent people from seeking profits for themselves.
Consumer protection laws in the United States are one of the strongest laws in the world. Labeling the goods that they are GMO food is a requirement and it is beneficial to consumers in order to choose what to consume.
In Thailand, we do not have strong consumer protection regulations. Rather, they mostly protect investors or business owners that lead to monopoly and other problems.
From my perspective, scientists have tried to invent new technologies in order to make life easier or even make people immortal.
Since genetically modified food and its process is still questionable whether or not there are any bad side effect to human’s health, the consumers should be able to make their choice, real food or processed food.

Tuesday, May 11, 2010

08/18/09 journal

Laws or regulations are very important to govern the usage of technologies. For example, in case that someone cloned animals or humans, laws need to play an important role to control their use and experimentation.

Since these kinds of technology can be both useful and harmful, the most essential duty of law is to take care of human morally and legally. In my opinion, it is not a good idea for scientists to clone humans because it must be chaotic if there are several people who have the same identities. Rather, cloning organs in order to transplant them to the patients or handicaps is quite a brilliant thought.