Thursday, November 3, 2011

"เอกยุทธ อัญชันบุตร" หนึ่งคลิ๊กเปลี่ยนชีวิต

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1320244730&grpid=01&catid=&subcatid=
วันนี้ได้มีโอกาสอ่าน status ของ เอกยุทธ อัญชันบุตร... แต่ต้องบอกล่วงหน้าว่าไม่รู้จักเขามาก่อน แต่ในฐานะนักกฎหมาย ต้องขอวิเคราะห์สักหน่อยว่าในทางคดีหมิ่นประมาท ท่านนายกจะฟ้องเอกยุทธได้หรือไม่ หรือ เอกยุทธจะฟ้องคนที่เข้ามาวิจารณ์เขาใน Facebook ได้หรือไม่???

"ไม่อยากจะกล่าวคำแบบนี้ เพราะจะดูเสมือนดูถูกสตรี..แต่ในความเป็นจริงนั้น..สาวเหนือที่ไร้การศึกษา หรือขี้เกียจ และด้อยปัญญา จะมาทำงานสบายที่หญิงปกติไม่ทำกัน..หลักๆ ก็คือขายบริการ..ฉะนั้นสาวเหนือที่ไร้สติปัญญาและโง่เขลาขนาดหนักแต่หน้า ด้านมารับตำแหน่ง ก็ควรจะรู้นะว่าอาชีพอะไรที่เหมาะแก่คุณ ?"

ถ้อยคำนี้ ถามว่าเข้าองค์ประกอบความผิดฐานหมิ่นประมาทตามพระราชบัญญัติหรือไม่นั้น ต้องพิจารณาดังต่อไปนี้
ความหมายทั่วไปของหมิ่นประมาท คือ การใส่ความผู้อื่นไม่ว่าจะด้วยวิธีการใดๆ เช่น พูด เขียน พิมพ์ข้อความ หรือแสดงกริยาต่างๆ โดยการใส่ความดังกล่าวนั้น ต้องเป็นการกระทำให้บุคคลที่สามรับทราบ ซึ่งเป็นการกระทำให้ผู้ถูกใส่ความนั้น ได้รับความเสียหาย (มาตรา 326 ป.อ.)
-เอกยุทธ ใส่ความผู้อื่น จะเป็นหญิงเหนือ หรือท่านนายกนั้นแน่นอนค่ะ
-ด้วยวิธีการเขียนทางInternet ผ่าน website Facebook
-ถ้านายเอกยุทธถูกฟ้องจริงๆ ต้องยกประเด็นเรื่องที่เขาไม่ได้เอ่ยชื่อว่ากล่าวหาใคร แต่ถามว่า จากผลลัพธ์ที่คนมากมายเข้าไปรุมประนามเขาใน Facebook ของเขาเองและจากการที่สื่อต่างๆวิจารณ์เขามากมาย จะเห็นได้ว่า วิญญูชน หรือบุคคลทั่วไปเข้าใจได้หรือไม่ว่าเขาหมายถึงใคร...
-ขายบริการ...นั้น แน่นอนเป็นการดูหมิ่นตามคำพิพากษาฎีกาที่เป็นบรรทัดฐาน

นักกฎหมายของwebsite Pantip ให้ความเห็นว่า
"การไม่เอ่ยชื่อบุคคลโดยตรงและไม่เอ่ย ชื่อหน่วยงานแต่ฟังแล้วรู้ว่าหมายถึงใคร ถ้าการกระทำนั้นทำให้บุคคลนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชัง บนเว็บไซต์ ก็ผิดหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาเช่นกัน"

เรียนด้วยความเคารพจริงๆว่า เป็นไปได้สูงที่นายเอกยุทธจะถูกฟ้อง และเขาอาจจะแพ้คดีนี้อีกก็ได้ ยิ่งถ้าเขาอยู่ในประเทศที่เคารพสิทธิเสรีภาพของปัจเจกบุคคล อย่างในสหรัฐอเมริกาก็อาจจะร้ายแรงมากขึ้นเพราะถือว่าเป็น "การพูดซึ่งมีเจตนาทางเกลียดชัง" หรือ Hate Speech

และสำหรับที่เอกยุทธจะฟ้องคนที่เข้ามาแสดงความคิดเห็นนั้น อย่าลืมว่า เพียง คำหยาบ คำด่า นั้นไม่เข้าข่ายหมิ่นประมาทนะค่ะ และ 
สำหรับ Website ที่เป็นตัวกลาง จะฟ้องเค้าก็ได้ แต่ถ้ามีคนแจ้งแล้วทางweb ลบข้อความนั้นแล้วก็คงไม่มีความผิด จริงๆการที่Website หรือ Internet Service Provider ที่ไม่รู้เห็นกับการหมิ่นประมาทนั้นไม่ควรมีความผิดนั้นน่าจะเป็นหลักการที่ถูกต้องเพราะเค้าคงไม่สามารถตรวจสอบComment ได้ทุกอัน ไม่อน่างนั้น Facebook คงอยู่ไม่ได้ถึงทุกวันนี้

เอกยุทธ แม้เราพูดกันเรื่องกฎหมาย แต่เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า เมื่อยังไม่เอ่ยปาก เราเป็นนายของคำพูด เมื่อพูดไปแล้ว คำพูดก็เป็นนายเรา บางครั้งเราอาจสะใจที่คนเข้ามาด่าเรามากมาย แต่ความสะใจนั้นอาจนำมาซึ่งหายนะในชีวิต คุณอาจไปเมืองเหนือไม่ได้อีกเลยก็ได้...
 


มาตราที่เกี่ยวข้อง:
       1) ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 “ผู้ใดใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นหรือ ถูกเกลียดชัง ผู้นั้นกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาท ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”
       2) ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 328 “ถ้าความผิดฐานหมิ่นประมาทได้กระทำโดยการโฆษณาด้วยเอกสาร ภาพวาด ภาพระบายสี ภาพยนตร์ ภาพหรือตัวอักษรที่ทำให้ปรากฏด้วยวิธีใด ๆ แผ่นเสียง หรือสิ่งบันทึกเสียงบันทึกภาพ หรือบันทึกอักษร กระทำโดยการกระจายเสียง หรือการกระจายภาพ หรือโดยกระทำการป่าวประกาศด้วยวิธีอื่น ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปีและปรับไม่เกินสองแสนบาท”
       3) ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 423 “ผู้ใดกล่าวหรือไขข่าวแพร่หลายซึ่งข้อความอันฝ่าฝืนต่อความจริง เป็นที่เสียหาย แก่ชื่อเสียง หรือ เกียรติคุณ ของบุคคลอื่น ก็ดี หรือ เป็นที่เสียหาย แก่ทางทำมาหาได้ หรือ ทางเจริญของเขา โดยประการอื่น ก็ดี ท่านว่าผู้นั้นจะต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่เขาเพื่อความเสียหาย อย่างใดๆ อันเกิดแต่การนั้น แม้ทั้งเมื่อตนมิได้รู้ว่าข้อความนั้นไม่จริง แต่หากควรจะรู้ได้
       ผู้ใด ส่งข่าวสาร อันตนมิได้รู้ว่า เป็นความไม่จริง หากว่า ตนเอง หรือ ผู้รับข่าวสารนั้น มีทางได้เสีย โดยชอบ ในการนั้นด้วยแล้ว ท่านว่า เพียงที่ส่งข่าวสารเช่นนั้น หาทำให้ผู้นั้น ต้องรับผิด ใช้ค่าสินไหมทดแทนไม่”